ซื้อบ้านแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? ค่าใช้จ่ายหลังรับโอนที่ควรรู้
การซื้อบ้านหรือคอนโดไม่ได้จบแค่การจ่ายเงินจอง เงินดาวน์ ค่าโอน หรือค่างวดสินเชื่อเท่านั้น หลังรับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ผู้ซื้อยังต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยจริง
หลายคนวางแผนซื้อบ้านโดยดูแค่ราคาบ้านและค่างวดต่อเดือน แต่ลืมเผื่อค่าใช้จ่ายหลังซื้อ เช่น ค่าตกแต่ง ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมแซม ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าประกัน และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ทำให้หลังโอนบ้านแล้วการเงินตึงกว่าที่คิด
บทความนี้จะสรุปให้เข้าใจง่ายว่า ซื้อบ้านแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ซื้อเตรียมงบได้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
ทำไมต้องวางแผนค่าใช้จ่ายหลังซื้อบ้าน?
บ้านหรือคอนโดเป็นทรัพย์สินที่มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ไม่ใช่ซื้อครั้งเดียวแล้วจบ
แม้คุณจะกู้ผ่านและโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายรายการที่ต้องจ่ายหลังจากนั้น บางรายการเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว บางรายการเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน และบางรายการเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีปัญหาหรือซ่อมแซม
ถ้าไม่เตรียมเงินสำรองไว้ อาจทำให้หลังซื้อบ้านแล้วขาดสภาพคล่อง หรือไม่มีเงินพอสำหรับการตกแต่งและเข้าอยู่จริง
1. ค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์
ค่าใช้จ่ายก้อนแรกที่หลายคนเจอหลังซื้อบ้านหรือคอนโดคือค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์
แม้บางโครงการจะมีของแถมหรือเฟอร์นิเจอร์บางส่วนให้ แต่โดยทั่วไปผู้ซื้อยังต้องเตรียมงบเพิ่มเติม เช่น
เตียงและที่นอน
ตู้เสื้อผ้า
โซฟา
โต๊ะกินข้าว
โต๊ะทำงาน
ผ้าม่าน
ชั้นวางของ
ตู้เก็บของ
ชุดครัว
ของใช้จำเป็นในบ้าน
สำหรับบ้านเปล่าหรือคอนโดที่ไม่ได้ตกแต่งครบ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจสูงพอสมควร ควรวางแผนตามความจำเป็นก่อน ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างพร้อมกันตั้งแต่วันแรก
2. เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นอีกค่าใช้จ่ายที่ควรเผื่อไว้ โดยเฉพาะบ้านหรือคอนโดที่ยังไม่มีของให้ครบ
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มักต้องซื้อ ได้แก่
แอร์
ตู้เย็น
เครื่องซักผ้า
เครื่องทำน้ำอุ่น
ไมโครเวฟ
ทีวี
เตาไฟฟ้าหรือเตาแก๊ส
เครื่องดูดควัน
เครื่องกรองน้ำ
พัดลมหรือเครื่องฟอกอากาศ
ถ้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ควรเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะกับการใช้งานจริงและประหยัดพลังงาน เพราะจะมีผลต่อค่าไฟในระยะยาว
ถ้าซื้อเพื่อปล่อยเช่า ควรเลือกของที่ทนทาน ใช้งานง่าย และซ่อมไม่ยาก
3. ค่าส่วนกลาง
หากซื้อคอนโด บ้านจัดสรร หรือโครงการที่มีนิติบุคคล มักมีค่าส่วนกลางที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง
ค่าส่วนกลางใช้สำหรับดูแลพื้นที่ส่วนกลาง เช่น
ระบบรักษาความปลอดภัย
ไฟส่วนกลาง
สวนและพื้นที่ส่วนกลาง
สระว่ายน้ำ
ฟิตเนส
ลิฟต์
ระบบทำความสะอาด
ค่าบริหารนิติบุคคล
ค่าซ่อมบำรุงอาคารหรือโครงการ
ก่อนซื้อควรถามให้ชัดว่าค่าส่วนกลางคิดอย่างไร จ่ายรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี และมีเงินกองทุนแรกเข้าหรือไม่
ค่าส่วนกลางเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง จึงควรรวมไว้ในการวางแผนงบประมาณตั้งแต่แรก
4. ค่าน้ำ ค่าไฟ และอินเทอร์เน็ต
หลังเข้าอยู่จริง จะมีค่าใช้จ่ายประจำทุกเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต และค่าบริการอื่น ๆ
ค่าไฟอาจสูงขึ้นได้มาก หากบ้านมีแอร์หลายเครื่อง ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องอบผ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่
ค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่ควรเผื่อ ได้แก่
ค่าน้ำ
ค่าไฟ
ค่าอินเทอร์เน็ต
ค่าโทรศัพท์
ค่าบริการทีวีหรือสตรีมมิง หากมี
ค่าที่จอดรถเพิ่มเติม หากโครงการคิดแยก
แม้จะดูเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ แต่เมื่อรวมกันทุกเดือนก็เป็นภาระที่ควรคำนวณไว้
5. ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา
บ้านและคอนโดต้องมีการดูแลรักษาอยู่เสมอ โดยเฉพาะทรัพย์มือสองหรือทรัพย์ที่มีอายุหลายปี
ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
ซ่อมแอร์
ล้างแอร์
ซ่อมท่อน้ำ
ซ่อมระบบไฟ
ซ่อมประตูหรือหน้าต่าง
ซ่อมห้องน้ำ
ซ่อมหลังคาหรือรอยรั่ว
ทาสีใหม่
เปลี่ยนสุขภัณฑ์
ซ่อมเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
สำหรับบ้านมือสอง ควรเผื่องบซ่อมแซมมากกว่าบ้านใหม่ เพราะอาจมีปัญหาที่ไม่เห็นชัดตอนเข้าชมบ้าน
การมีเงินสำรองสำหรับค่าซ่อมช่วยลดความกดดันเมื่อเกิดปัญหาแบบไม่ทันตั้งตัว
6. ค่าประกัน
ผู้ซื้อบ้านหรือคอนโดอาจมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับประกัน เช่น ประกันอัคคีภัย ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ หรือประกันทรัพย์สิน
บางกรณี ธนาคารอาจกำหนดให้มีประกันอัคคีภัยสำหรับทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อ ส่วนประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่ออาจขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารและความสมัครใจของผู้กู้
ก่อนทำประกันควรอ่านรายละเอียดให้ชัด เช่น
คุ้มครองอะไรบ้าง
ทุนประกันเท่าไหร่
จ่ายครั้งเดียวหรือรายปี
จำเป็นต้องทำหรือเป็นทางเลือก
หากยกเลิกมีเงื่อนไขอย่างไร
ประกันเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายคนมองข้าม แต่ควรนำมาคำนวณในงบซื้อบ้านด้วย
7. ค่าผ่อนบ้านรายเดือน
หากซื้อด้วยสินเชื่อบ้าน ค่างวดรายเดือนคือค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องจ่ายต่อเนื่องระยะยาว
ก่อนซื้อ ไม่ควรดูแค่ว่าธนาคารอนุมัติวงเงินเท่าไหร่ แต่ควรดูว่าคุณสามารถผ่อนจริงได้สบายแค่ไหน
สิ่งที่ควรคิดคือ
ค่างวดต่อเดือนเท่าไหร่
ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นเมื่อไหร่
หากดอกเบี้ยสูงขึ้น ค่างวดจะเพิ่มหรือไม่
รายได้ปัจจุบันมั่นคงแค่ไหน
มีเงินสำรองอย่างน้อยหลายเดือนหรือไม่
บ้านที่เหมาะสมไม่ใช่บ้านที่แพงที่สุดที่กู้ได้ แต่ควรเป็นบ้านที่ผ่อนแล้วไม่ทำให้ชีวิตการเงินตึงเกินไป
8. ค่าเดินทาง
บ้านหรือคอนโดที่ราคาถูกกว่าอาจไม่ได้ประหยัดจริง หากทำเลทำให้ค่าเดินทางสูงขึ้นมาก
ค่าเดินทางที่ควรคำนวณ เช่น
ค่าน้ำมัน
ค่าทางด่วน
ค่ารถไฟฟ้า
ค่าวินมอเตอร์ไซค์
ค่ารถโดยสาร
ค่าที่จอดรถ
เวลาเดินทางที่เพิ่มขึ้น
บางครั้งการซื้อบ้านที่อยู่ไกลกว่าเล็กน้อยอาจประหยัดราคาซื้อได้ แต่ถ้าต้องเสียค่าเดินทางสูงทุกวัน ก็อาจไม่คุ้มในระยะยาว
ควรดูทั้งราคาบ้านและต้นทุนการใช้ชีวิตจริงประกอบกัน
9. ค่าขนย้ายและค่าเข้าอยู่
ก่อนย้ายเข้าอยู่จริง ยังมีค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ หลายรายการที่ควรเผื่อไว้ เช่น
ค่าขนย้าย
ค่าทำความสะอาด
ค่าติดตั้งอินเทอร์เน็ต
ค่าติดตั้งแอร์
ค่าติดตั้งผ้าม่าน
ค่าช่าง
ค่าซื้อของใช้เข้าบ้าน
ค่าจัดสวนหรือปรับพื้นที่รอบบ้าน
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจดูไม่เยอะเมื่อแยกเป็นรายการ แต่เมื่อรวมกันแล้วอาจเป็นเงินก้อนใหญ่ได้
10. เงินสำรองฉุกเฉิน
หลังซื้อบ้านแล้ว ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้เสมอ เพราะบ้านเป็นภาระผูกพันระยะยาว
เงินสำรองช่วยรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น
รายได้ลดลง
ตกงาน
ค่าใช้จ่ายครอบครัวเพิ่ม
บ้านต้องซ่อมด่วน
ดอกเบี้ยปรับขึ้น
ผู้เช่าย้ายออก หากซื้อเพื่อปล่อยเช่า
โดยทั่วไปควรมีเงินสำรองอย่างน้อยหลายเดือนของค่าใช้จ่ายประจำ เพื่อให้ยังสามารถผ่อนบ้านและใช้ชีวิตได้หากเกิดเหตุไม่คาดคิด
ไม่ควรใช้เงินเก็บทั้งหมดไปกับการซื้อบ้านจนไม่เหลือเงินสำรองเลย
ซื้อบ้านควรเตรียมเงินเผื่อเท่าไหร่?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับราคาบ้าน สภาพทรัพย์ รูปแบบการอยู่อาศัย และการตกแต่ง
แต่โดยทั่วไป ผู้ซื้อควรเตรียมเงินมากกว่าค่าโอนและเงินดาวน์เสมอ
ตัวอย่างงบที่ควรเผื่อ ได้แก่
งบตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์
งบเครื่องใช้ไฟฟ้า
งบซ่อมแซม
งบขนย้าย
งบค่าใช้จ่ายรายเดือน
เงินสำรองฉุกเฉิน
หากซื้อบ้านมือสองหรือคอนโดมือสอง ควรเผื่องบซ่อมแซมเพิ่ม เพราะอาจมีจุดที่ต้องปรับปรุงหลังรับโอน
สรุป: ซื้อบ้านแล้วต้องคิดค่าใช้จ่ายหลังโอนให้ครบ
การซื้อบ้านหรือคอนโดไม่ได้มีแค่ราคาซื้อ ค่าโอน และค่างวดสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายหลังรับโอนอีกหลายรายการ เช่น ค่าตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำไฟ ค่าซ่อมแซม ประกัน ค่าเดินทาง และเงินสำรองฉุกเฉิน
ผู้ซื้อควรวางแผนงบประมาณให้ครบก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้หลังซื้อบ้านแล้วการเงินตึงเกินไป
บ้านที่ดีไม่ใช่แค่บ้านที่ซื้อได้ แต่ต้องเป็นบ้านที่อยู่แล้วรับภาระค่าใช้จ่ายต่อเนื่องได้จริง
หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะกับงบประมาณ KAP PROPERTY พร้อมช่วยคัดเลือกทรัพย์ เปรียบเทียบตัวเลือก และให้คำแนะนำเบื้องต้น เพื่อให้คุณตัดสินใจได้มั่นใจมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อบ้านแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
นอกจากราคาบ้านและค่าโอน ยังมีค่าตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำไฟ ค่าซ่อมแซม ประกัน ค่าเดินทาง และเงินสำรองฉุกเฉิน
หลังซื้อบ้านควรมีเงินสำรองเท่าไหร่?
ควรมีเงินสำรองอย่างน้อยหลายเดือนของค่าใช้จ่ายประจำ เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน เช่น รายได้ลดลง บ้านต้องซ่อม หรือดอกเบี้ยปรับขึ้น
ซื้อคอนโดต้องเสียค่าส่วนกลางไหม?
โดยทั่วไปต้องเสียค่าส่วนกลางตามเงื่อนไขของโครงการหรือนิติบุคคล ควรถามให้ชัดก่อนซื้อว่าคิดอย่างไรและต้องจ่ายเมื่อไหร่
ซื้อบ้านมือสองต้องเผื่องบซ่อมไหม?
ควรเผื่อ เพราะบ้านมือสองผ่านการใช้งานมาแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่างหลังรับโอน
ควรซื้อบ้านที่ผ่อนเต็มกำลังไหม?
ไม่ควร ควรเลือกบ้านที่ผ่อนแล้วไม่ทำให้การเงินตึงเกินไป และยังมีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นกับเงินสำรองฉุกเฉิน
